ตอนที่แล้วตอนที่ 54 เปลวไฟสีเขียว
ทั้งหมดรายชื่อตอน

อสูรผู้แสนดี

ตอนที่ 55 เข้าร่วม


สภาพแวดล้อมของเออิโระไม่มีอะไรเลยนอกจากความมืด เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้สึกไม่ชอบเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย มันราวกับว่ามีบางอย่างอยู่ตรงหน้าเขาและกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเหลือเพียงสองสามเมตร จากนั้นก็เมตรเดียวและไม่นานก็ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้วและตอนนี้มันก็อยู่เกือบติดใบหน้าของเขา

และมันหยุดอยู่ตรงนั้นมันโดยไม่ได้สัมผัสกับเขา แต่อิมพ์หนุ่มรู้ดีว่ามีบางอย่างอยู่ที่นั่นแต่มันมืดเกินกว่าที่เขาจะมองเห็นได้

ไม่ว่าอิมพ์จะพยายามยื่นมือไปข้างหน้ามากแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถจับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เลย จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงไม้กระทบกันดังจากท่ามกลางความมืดและเออิโระก็ลุกขึ้นมาจากความฝันประหลาดและพบกับต้นตอของเสียงดังที่เกิดขึ้น

มันเป็นกล่องไม้ที่ชายชราจูร่าพกติดตัวตลอดก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันกระแทกเข้ากับผนังด้านในรถม้าจนสั่นไปมาและเมื่ออิมพ์มองไปรอบๆไม่นานเขาก็เห็นเด็กๆนอนอยู่เงียบๆเช่นกัน พวกเขายังอยู่ครบหกคน โดยไม่ลังเลอิมพ์ก็ก็ลุกขึ้นยืนและพยายามปรับตัวเข้ากับแรงสั่นสะเทือนที่ร้ายกาจกว่าตอนนั่งอยู่ด้านหน้ารถม้า

และเมื่ออิมพ์พยายามยึดบางสิ่งไว้เพื่อทรงตัวเขาก็ล้มลงราวกับว่าเหยียบเข้ากับวัตถุที่อยู่ข้างๆเขา สิ่งที่อิมพ์เอื้อมมือไปจับนั้นคือส่วนหนึ่งของกล่อง

“อ่า … ” เออิโระพึมพำเบา ๆ ขณะที่รถม้าวิ่งไปอย่างเร่งรีบ เพื่อตอบสนองต่อเสียงที่เกิดขึ้นอิมพ์ก็มองดูว่าเกิดอะไรขึ้น มันไม่ใช่ว่าเขาจับส่วนตรงกล่องไม่ได้ แต่เป็นเพราะปลายแขนของเขาหายไปแล้ว

มันไม่ได้รู้สึกเหมือนจริงเลยแม้แต่น้อยเพราะเขายังรู้สึกแสบและปวดตรงปลายนิ้วของเขาที่ไม่มีอยู่อีก แต่ตอนนี้สิ่งที่ถูกฉีกออกไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่แค่นิ้ว มันคือทั้งมือของเขาที่หายไปอย่างสมบูรณ์

แต่ก่อนที่เขาจะสามารถตอบสนองบางอย่างประตูข้างหน้าก็เปิดออกและเขาก็มองเห็นชายชราจูร่าอยู่ตรงนั้น

“เจ้าตื่นแล้วงั้นรึเจ้าตูดหมึก” จูร่าพูดด้วยเสียงบ่นเบา ๆ และ อิมพ์ก็จ้องไปที่เขาในขณะที่พยายามหากริชของตัวเอง

“โอ้ ไม่ต้องพยายามหรอก ตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ดีข้าคิดแม้แต่จะมาเกาคอของข้าเหมือนก่อนหน้านี้ดีกว่า ” ชายชราชี้อย่างรำคาญขณะที่เขาก้าวเข้าไปในรถม้าและจับที่ไหล่ของอิมพ์ก่อนจะดึงเขาออกไปทางประตูก่อนที่เด็ก ๆ จะตื่นขึ้นมา

อิมพ์สับสนเพียงและทำแค่จ้องไปที่ชายชราในขณะที่พยายามเข้าใจสถานการณ์  “ อะไร … เจ้าทำอะไรกับมือของข้า .. ?” เออิโระถามแต่จูร่าก็ถอนหายใจออกมาและค่อยๆก้าวขึ้นไปที่ด้านหน้าของรถม้าโดยใช้มือไพล่หลังแล้วปีนขึ้นไปบนรถม้าด้วยการกระโดดเพียงครั้งเดียวก่อนที่จะเคาะที่นั่งข้างๆเขาราวกับส่งสัญญาณให้เออิโระนั่งลงตรงนั้น

อสูรหนุ่มก็ทำตามที่บอกอย่างช้าๆและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปืนขึ้นไปด้านบนวึ่งมันยากกว่าที่เขาคิดไว้มากเมื่อเขาต้องใช้มือเพียงข้างเดียว และในที่สุดเมื่อเออิโระขึ้นไปได้ จูร่าก็คุมรถม้าให้เคลื่อนที่อีกครั้งพร้อมกับคว้ากระเป๋าใบเล็กๆที่วางอยู่ข้างเขา

เออิโระคว้ามันด้วยมือที่เหลือของเขาและดึงมันออกด้วยความช่วยเหลือของฟันก่อนที่จะมองผ่านมันและเห็นเข้ากับชิ้นส่วนสีน้ำตาลอ่อนสองสามชิ้นที่อยู่ข้างในแต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทั้งหมดนี้เกิดอะไรขึ้น

“เจ้าจ้องอะไร เจ้าถามไม่ใช่หรอว่าข้าทำอะไร นี่ไงข้าก็เอาให้ดูแล้วหนิ  ” จูร่าพูดพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อยและอิมพ์ก็เอียงหัวเขาทันที    “ หมายความว่าไง”

“ นั่นคือกระดูกของเจ้าไงหละ กระดูกของอสูรนั้นมีประโยชน์มากดังนั้นจึงรู้สึกผิดซะที่ตัดมันออกด้วยมือของตัวเองและแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าทำลายมือของเจ้าทำไม แต่ข้าขอแนะนำว่าอย่าได้ทำแบบนั้นอีก .”

อิมพ์หยิบชิ้นส่วนหนึ่งออกจากกระเป๋าอย่างช้าๆและมองเข้าไปใกล้ ๆ “ ข้า … ตัดมือของตัวเองรึ?” เขาถามพร้อมกับบ่นและจูร่าก็พยักหน้าอีกครั้ง “ใช่ ดูเหมือนเจ้าจะสัมผัสกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์มากไปและไม่ว่าเจ้าจะมีทักษะด้านทานสูงขนาดนั้นเจ้าก็ยังเป็นอสูร ไม่ว่ายังไงสิ่งนี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้น “

ในขณะที่ขบฟันเข้าด้วยกันเออิโรก็จ้องไปที่ชายชราข้างๆเขา

“เจ้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ข้าฆ่าผู้ชายคนนั้นแล้ว” เออิโระถามและจูร่าก็อธิบายอย่างรวดเร็ว

” เจ้าฆ่าเขา ส่วนข้าก็ฆ่าผู้ชายอีกคน หลังจากที่ข้าลากร่างของพวกเขาออกไปแล้ว ข้าก็ปล่อยเด็กๆออกมาจากรถม้าและพูดคุยกันเล็กน้อยในขณะที่รักษามือของเจ้า  “ขณะที่อธิบายอย่างรวดเร็วนั้นจูร่ายังคงหันหน้าไปข้างหน้าและเมื่ออิมพ์ต้องการจะพูดบางอย่างจูร่าก็พูดขึ้นต่อ

“ เด็กพวกนั้นบอกข้าไม่กี่อย่างเกี่ยวกับเจ้า เห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะช่วยพวกเขาทั้งหกคนและมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถตัดสินใจได้เพียงเสี้ยวินาทีเช่นนั้นมันยากเป็นอย่างมากสำหรับอสูร ทำไมเจ้าถึงทำแบบนั้นกัน   ?” ขณะที่ศีรษะของเขายังคงหันไปข้างหน้า เออิโระก็สวมสีหน้าแปลกๆเล็กน้อย ชายชราดูเหมือนกำลังรอคำตอบอยู่แต่ทว่าอสูรหนุ่มกลับไม่รู้เรื่องนั้น

“ ไม่รู้สิ”

“ ทำไมถึงเป็นเด็กพวกนั้นกัน?”

“ ไม่รู้สิ”

“เจ้าชอบคนมากกว่าอสูรงั้นรึ?”

“ข้า … ไม่รู้ … ” อิมพ์ตอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จูร่าจะถอนหายใจออกมา  “มีอะไรที่เจ้ารู้บ้าง” เขาถามและอิมพ์ก็พยักหน้าตอบรับ

“ มี ข้ารู้เพียงว่าไม่ว่าใครก็ตามหากต้องการคุกคามข้าหรือชีวิตของข้า ข้าก็ไม่ลังเลที่จะกำจัดพวกมัน แล้วข้าก็รู้ว่าข้าไม่ต้องการให้เด็กๆเหล่านั้นได้รับบาดเจ็บซึ่งตัวข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ข้าไม่รู้ว่าชอบคนมากกว่าอสูรหรือไม่นั่นก็เพราะข้าไม่ได้ชอบและข้าก็ไม่ได้เกลียด   ” เออิโระอย่างชัดเจนจนชายชราข้างๆรู้สึกประหลาดใจ

“โอ้เจ้าช่วยอธิบายเกี่ยวกับประโยคสุดท้ายให้ฟังได้ไหม ?”

ด้วยการเดาะลิ้นอิมพ์ก็ค่อยๆเอนหลังพิงผนังรถม้าที่อยู่ข้างหลัง   “ข้าเป็นอสูร ในหนังสือที่ข้าอ่านนั้นบอกว่าอสูรเป็นศัตรูกับผู้คนทั้งโลกดังนั้นในฐานะที่ข้าเป็นอสูรข้าก็ต้องอยู่ข้างอสูร แต่ทว่าอสูรแต่ละตัวที่ข้าพบจนถึงตอนนี้ล้วนแต่ชั่วร้ายและเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว ดังนั้นข้าจึงไม่ได้อยู่ข้างพวกมันซึ่งนี่อาจหมายความว่าข้าอาจอยู่ข้างผู้คน   ” เออิโระอธิบายอย่างช้าๆเขาไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงบอกเรื่องทั้งหมดนี้กับจูร่า แต่ชายชราก็พยักหน้าอย่างช้าๆ

“ข้าเข้าใจ … และดูเหมือนว่าเจ้าเองก็ไม่อยากอยู่ข้างผู้คนเหมือนกันสินะ

” ใช่ เพราะในขณะที่ข้าได้พบเจอกับผู้คนก่อนหน้า  … แม้ว่าเบื้องหน้าพวกเขาจะดูไม่มีพิษภัยแต่ทว่าเบื้องหลังพวกเขากลับชั่วร้าย  … มีเพียงเด็กๆเหล่านี้เท่านั้นที่ข้าคิดว่าไม่มีอะไรปิดบังอยู่ ดังนั้น     … ข้าจึงไม่คิดจะอยู๋ข้างผู้คนเช่นกัน… “อิมพ์กล่าวขณะที่เขาจ้องไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ และจูร่าพยักหน้าช้าๆเพื่อตอบรับ

” ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าเจ้าอยู่ข้างตัวเองสินะ”เขาชี้ไปที่อิมพ์ แต่เออิโระก็หันหน้าไปทางชายชราอย่างประหลาดใจ” ข้าง … ตัวเองงั้นรึ “เออิโระถามและจูร่าก็พยักหน้าทันที

” แน่นอน โลกนี้ไม่ได้มีแค่ขาวดำเจ้าควรรู้ไว้ เจ้าสามารถสร้างจุดสีเทาของตัวเองขึ้นมาได้   “

เออิโระเริ่มคิดถึงเรื่องนี้อย่างช้าๆและในที่สุดก็พยักหน้า  เขาไม่ได้มีแผนที่จะทำอะไรอย่างอื่นอยู่แล้วดังนั้นมันเป็นเรื่องดีที่ได้พูดกับใครบางคน

จากนั้นอิมพ์ก็จำบางสิ่งที่จูร่าพูดก่อนหน้านี้ได้และด้วยเหตุผลบางอย่างสิ่งนี้ทำให้หัวใจเข้าเต้นเร็วขึ้น   “เด็กฝึกงานคืออะไร” อิมพ์ถามก่อนที่ชายชราจะขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ

“โอ้ ข้ากำลังตามหาใครสักคนที่เก่งกาจอยู่เจ้ารู้ใช่ไหม  … และเด็กฝึกหัดคือคนที่เรียนรู้งานฝีมือของอาจารย์ ถ้าเป็นเด็กฝึกงานของนักตีอาวุธพวกเขาก็จะได้เรียนรู้วิธีตีอาวูะ ถ้าพวกเขาเป็นเด็กฝึกงานของนักล่าพวกเขาก็จะได้เรียนรู้วิธีล่าส่วนถ้าเป็นเด็กฝึกงานของเชปพวกเขาก็จะได้เรียนรู้วิธีทำอาหาร   “

เออิโระหันหน้าไปทางชายชราอย่างช้าๆเพื่อมองเขาจากบนลงล่างเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่อะไรอีก  และสัญชาตญาณของเขาก็กำลังบอกเขาชายชราคนนี้ปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย แต่อิมพ์นั้นรู้ดีว่ากรณีต่างออกไป สัญชาตญานเขาอาจผิดพลาดได้ แต่ไม่ว่ายังไงอิมพ์ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงนี้ไว้ แม้ว่าเขานั้นสามารถฆ่าลอร์ดสองคนและหลอกล่ออีกฝ่ายได้เลย อีกทั้งสุดท้ายเออิโระยังทำให้เมืองนั้นวอดวาย

แต่ถ้าเขาไม่มีพลังงานศักดิ์สิทธิ์หละก็เขาก็คงตายไปแล้ว เขาคงจะถูกนำไปหาลอร์ดแห่งความโกรธโดยเงานั้นและอาจถูกฆ่าตายทันที เมื่อเทียบกับเขาแล้วชายชราคนนี้ดูแข็งแกร่งกว่าไม่ใช่หรือไง  ? ร่างกายของเขาดูอ่อนแอกว่าอิมพ์ก็จริง แต่เขากลับสามารถแบกกล่องหนักขนาดใหญ่ที่ชายกล้ามใหญ่ยังแบกไม่ได้ อีกทั้งจูร่ายังสามารถหลบการโจมตีทั้งหมดของอิมพ์ได้โดยที่ตาของเขามองไม่เห็นด้วยซ้ำ

ดังนั้นเออิโระจึงตัดสินใจถามออกไป

” แล้วเด็กฝึกงานขาเทียมจะได้เรียนอะไรบ้าง?” เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยและชายที่อยู่ข้างๆเขาก็เริ่มยิ้มเยาะ“ เด็กฝึกงานขาเทียมเรียนรู้วิธีการทำขาเทียม โดยการสร้างบางสิ่งขึ้นมาแทนสิ่งที่หายราวกับว่าไม่มีสิ่งใดหายไป   “ชายชราหัวเราะเบา ๆ และอิมพ์ก็ก้มลงมองที่มือของเขาหรือสถานที่ที่เคยมีมือของเขาอยู่ จากนั้นก็หันไปมองจูร่า

” เจ้ากำลังมองหาเด็กฝึกงานใช่ไหม ? … จากที่เจ้าพูดก่อนหน้านี้? “

ชายชราเริ่มยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะที่คุมรถม้า ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังขี่ขึ้นเขาอยู่และสภาพแวดล้อมก็ดูไม่ดีนัก ถนนเส้นทางนี้ทั้งรกและทึบ

และตรงหน้าพวกเขาก็มีต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมีกระท่อมไม้สร้างไว้อยู่

ขณะที่เออิโระกำลังมองดูสถานที่แห่งนี้อย่างสับสน จูร่าก็กระโดดลงจากรถม้าอย่างรวดเร็วและเดินไปที่ประตูกระท่อมและหันมามองอิมพ์ด้วยรอยยิ้ม

“ งั้นเรามาพูดเรื่องนั้นกันต่อเลยดีไหม?““

คะแนน 3.7
กรุณารอสักครู่...